วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

Wolfram Alpha เสิร์ชเอนจินใหม่ ที่จะทำให้การคำนวณเป็นเรื่องง่าย

คือระบบค้นหาความรู้ด้วยการคำนวณ (computational knowledge engine) จากผู้ผลิตโปรแกรม Mathematica ที่หวังจะเสนอแนวทางใหม่ๆ ในการค้นหา นอกไปจากการค้นจากกูเกิลที่เรานิยมกันอยู่ในปัจจุบัน โดยการค้นหาใน Wolfram Alpha นั้นจะเน้นไปทางข้อเท็จจริงทางวิชาการมากกว่า เช่น ระยะทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่, จำนวนประชากรของอุบลฯ เทียบกับภูเก็ต, ปริมาณโซเดียมในโค้ก หรือการคำนวณอินทิกรัลของฟังก์ชั่น (ถ้าหา "blognone" จะไม่เจอ ไปเจอเมือง Bagnone ในอิตาลีแทน)

Wolfram Alpha นั้นสนับสนุนโดยพลังจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ ้นด้วยฮาร์ดแวร์พิเศษจากเดลล์โดยบริษัท R System ซึ่งในระบบทั้งหมดที่วางไว้กว่า 5 ที่นั้นมีโปรเซสเซอร์จำนวนรวมกันถึงกว่า 10,000 คอร์เลยทีเดียว ระบบดังกล่าวนั้นใช้งาน Red Hat Enterprise และ Windows HPC Server เป็นระบบปฏิบัติการหลัก และแน่นอนว่าใช้การประมวลผลโดย Mathematica ด้วย

http://www.wolframalpha.com/

ความเป็นมาของโครงการ หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน

  นายกรัฐมนตรีห่วงใยปัญหา การศึกษาของไทย ที่เด็กได้รับการศึกษาแล้วคิดและวิเคราะห์ไม่เป็น ไม่รักการอ่าน อ่านหนังสือหรืออ่านข่าวแล้วคิดวิเคราะห์ไม่เป็น จึงจำเป็นต้องฝึก
การอ่านตั้งแต่ปฐมวัยเพื่อปูพื้นฐานให้เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดเวลาคิดให้เท่าทันโลกอนาคตที่จะเกิดขึ้น การเรียน การสอนต้องทำให้เด็กเติบโตด้วยความเชื่อมั่น มีระบบที่ทำให้สามารถพัฒนาตัวเองตลอดเวลา และพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพสูงสุด เพิ่มมูลค่าความเป็นมนุษย์ให้สูงขึ้น โดยมีการบูรณาการเกิดขึ้นทุกปี ที่จะทำให้เด็กรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ที่ต้องปลูกฝังให้ "เป็น" เพื่อไว้ใช้ค้นหาความรู้ตลอดชีวิต ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถแสดงออกและนำเสนอในเชิงสร้างสรรค์ เจตนารมณ์ดังกล่าวจะบรรลุผลได้ เด็กต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนที่มีคุณภาพมาตรฐานแต่โรงเรียนดังกล่าวมีไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอในชนบทห่างไกล ซึ่งคนยากจนต้องเรียนในเขตพื้นที่และเป็น
โรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบโครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝันเมื่อ
วันที่ 22 เมษายน 2546 และกระทรวงศึกษาธิการได้พัฒนาแนวคิดและดำเนินโครงการต่อไป โดยมีหลักการและความเชื่อว่า การศึกษาสามารถเปลี่ยนแปลงสถานภาพคนจากคนจนไปเป็นคนรวยได้ หากได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดีที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต จะสามารถพัฒนาตนเองให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพเป็นแรงงานที่มีฝีมือ มีรายได้และคุณภาพชีวิตสูงขึ้น สามารถหลุดพ้นวงจรความยากจนได้ อันเป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลโดยพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนที่ประชาชนใฝ่ฝันอยากให้บุตรหลานได้เข้าเรียน ในโรงเรียนที่ดีที่มีคุณภาพ โครงการหนึ่งอำเภอ -
หนึ่งโรงเรียนในฝัน จะช่วยสานฝันให้เป็นจริงได้

think +‏ อนิจจัง...เรื่องจริงของชีวิต


เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสนการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ
เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ
เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต
เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)
เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ
เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมา
เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต
เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี
เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง
เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ
เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง
เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง
เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม
เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์
เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด
เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบททดสอบที่ว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด
เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรมในวิกฤตย่อมมีโอกาส
เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต
เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

บางคนอาจไม่รู้




FBI   (Federal Bureau of Investigation) คือหน่วยสืบสวนกลางทำหน้าที่ในการสอบสวนในเรื่องที่อาจเกิดขอบเขตของหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเรื่องอิทธิพล คดีสะเทือนขวัญ-อุกฉกรรจ์ คดีเกี่ยวกับผู้ก่อการร้าย หรือเกี่ยวกับผู้กระทำผิดนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเอฟบีไอมีอำนาจเทียบเท่ากับตำรวจทุกประการเมืองไทยเราเรียกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ
U.S.A. ย่อมาจาก ประเทศ อเมริกา   
          United States of America
 CPU   หน่วยประมวลผลกลาง   หรือไมโครโพรเซสเซอร์ของไมโครคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่นำคำสั่งและข้อมูลที่เก็บไว้   ใน หน่วยความจำมาแปลความหมาย และกระทำตามคำสั่งพื้นฐานของไมโครโพรเซสเซอร์ ซึ่งแทนด้วยรหัสเลขฐานสอง การทำงานของคอมพิวเตอร์ ใช้หลักการเก็บคำสั่งไว้ที่หน่วยความจำ ซีพียูอ่านคำสั่งจากหน่วยความจำมาแปล ความหมาย และกระทำตามเรียงกันไปทีละคำสั่ง หน้าที่หลักของซีพียู คือควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบ ตลอดจนทำการประมวลผล  กลไกการทำงานของซีพียู มีความสลับซับซ้อน ผู้พัฒนาซีพียูได้สร้างกลไกให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยแบ่งการทำงาน เป็นส่วน ๆ มีการทำงานแบบขนาน และทำงานเหลื่อมกันเพื่อให้ ทำงานได้เร็วขึ้น
          
USB    ( Universal Serial Bus )  ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อ ม.ค. 2539 

สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้สูงถึง 127 อุปกรณ์  ความเร็วสูงสุดที่ 480 Mbps เป็นอินเตอร์เฟสอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ ที่มีการใช้อย่างกว้างขวาง ติดอยุ่กับอุปกรณ์ต่างๆ มีการส่งถ่ายขอ้มูลที่รวดเร็ว และสดวกมากในปัจุบัน อนาคตอาจจะมีการพัฒนาให้มี...ความสามารถให้ส่งถ่ายข้อมูลได้เร็วกว่านี้ อีกหลายๆ เท่า
ATM
 ความหมายทั่วๆไป แบบเครื่องกดตัง คือ automatic teller machine แต่มันก็ยังย่อเป็นอย่างอื่นได้อีกมากมาย 

ข้อคิดยามท้อแท้



ข้อคิดยามท้อแท้
1. โลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ
2. ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก
3. อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง
4. คนเราต้องเดินหน้า..เวลายังเดินหน้าเลย
5. ไม่ต้องสนใจว่า แมวจะสีขาวหรือสีดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ
6. ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น
7. ในโลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่าแน่นอน
8. คนเราเมื่อม้าตาย ก็ต้องลงเดิน
9. ท้อแท้ได้แต่อย่า…ท้อถอย
10. อิจฉาได้แต่อย่าริษยา
11. พักได้แต่อย่าหยุด
12. หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกเสมอ
13. จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
14. เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย
15. จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์
16. เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน
17. หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว
18. ไม่เป็นขุนนางได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้

หากท้อแท้ แค่ท้อแท้อย่าแพ้พ่าย
หากท้อแท้ จงอย่าหน่ายใจสลาย
หากท้อแท้ ลองพักผ่อนหย่อนใจกาย
หากท้อแท้ แค่ใจหาย ยังหายใจ

หากท้อแท้ ลองมองดูผู้คนอื่น
หากท้อแท้ หลับสักตื่นคืนสดใส
หากท้อแท้ แค่เพราะใจเหนื่อยเกินไป
หากท้อแท้ กำลังใจ สร้างให้ตน

..ใช่ท้อแท้เพราะแพ้พ่ายใครที่ไหน
แต่เพราะใจเราที่แพ้..ต่อหวั่นไหว
แค่เพราะเผลอปล่อยเข้มแข็งหลุดลอยไป
เรียกมาใหม่กำลังใจย้อนกลับคืน..

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2554

6 ข้อเสียของการกินหนัก

การกินมากไปก็ทำให้เป็นทุกขลาภแห่งลำไส้ ซึ่งอาการจัดหนักจากการกินมากเกินไปในแต่ละมื้อโดยเฉพาะบุฟเฟ่ต์และท่านที่ชอบกินจนอิ่มมาถึงคอหอยก่อให้เกิดลาภลอยได้โรคดังต่อไปนี้ครับ
เริ่มตั้งแต่ 'หิวไว'  คนกินหนักจะหิวไวในมื้อต่อไปครับ  เพราะกระเพาะลำไส้ต้องทำงานหนักในการย่อยมื้อใหญ่  และน้ำตาลในเลือดก็จะลดไวทำให้เกิดอาการน้ำตาลต่ำหิวไวง่ายขึ้นกินมากๆ ยังทำ 'ไส้พัง'  เครื่องในก็เหมือนเครื่องรถที่ไม่ได้งดเว้นงานบ้างก็จะเสื่อมเร็ว  อาหารที่เข้าไปมากทำให้ลำไส้เกิดปัญหา “รั่ว” ได้  และจากการบีบตัวไม่ได้พักก็ทำให้ “กรดไหลย้อน” มาถามหาได้เหมือนกัน
อาหารล้นท้องพลอยจะเจอ 'ตาตั้ง'  ถ้าไม่ระวังกินจนอิ่มจัดจะทำให้เกิดอาการ “ตื่นตา” นอนไม่หลับเพราะลำไส้ไม่ได้พักและเกิดการแน่นอึดอัดท้องจากแก็สในอาหารที่หมักกันจนพุงหลามได้เหมือนถังเบียร์
กินจุคงเลี่ยง 'นั่งอ้วน'  ได้ยาก ซึ่งตรงมาและตรงไปในบริบทของผู้รักบริโภค  ยิ่งกินมื้อหนักอย่างบุฟเฟ่ต์มากเท่าไรก็ยิ่งได้แคลอรีส่วนเกินที่ลดยากขึ้นเท่านั้น  เพราะการกินหนักเป็นบางมื้อทำให้ร่างกายเครียดและตับพังมีการหลั่งฮอร์โมนมารออกมาเพื่อเก็บไขมันไว้ให้มากขึ้นเพิ่มพูนน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
ทั้งยัง 'ชวนหงุดหงิด'  ชีวิตแห่งการกินจะไม่มีวันสงบสุขด้วยอารมณ์ที่ทุกข์ขึ้นลงจากลิ้นที่ยึดรสเป็นสรณะ  จะว่าคนอ้วนอารมณ์ดีนั้นก็ถูก  แต่คนกินเก่งนั้นยากที่จะหาพื้นอารมณ์ที่แน่นมั่นคงได้เพราะเคมีในกายต้องมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่อาหารเข้าปากและหนึ่งในเคมีที่ว่าคือ “เคมีแห่งอารมณ์” ครับ

และสุดท้าย 'คิดไม่ออก'  คนกินอิ่มจัดไปทำให้ “หัวไม่แล่น” ครับ  หนึ่งคือจากเลือดพากันไปเลี้ยงไส้เสียมากกับสองคือจาก “โกร๊ทฮอร์โมน” ไม่หลั่ง  ทำให้ไม่มีพลังทั้งแรงกายและแรงใจที่ใช้คิด  ถ้าอยากมีสมองที่แจ่มใสขึ้นขอให้กินแบบ “หิวนิดๆ” ครับเป็นการสงวนความคิดไว้ไม่ให้จมไปกับมื้อหนักหมด

การกินเยอะสิ่งแล้วยังฟีเจอริ่งด้วยของหวานอีกก็ถือเป็นอนันตริยกรรมแห่งการบริโภคเหมือนกัน 

อย่าสำคัญตัวผิดว่าเป็นชูชกอยู่เพื่อกินหรือถือคติว่าท้องแตกดีกว่าของเหลือเพราะเมื่อถึงเวลาป่วยแล้วจะต้านไม่อยู่โรคจู่โจมแบบไม่ติดเบรค เพราะเครื่องยนต์กายเราไม่ได้ทำไว้ให้ “กินจนล้น” หากแต่สร้างไว้อย่างพอดีสำหรับให้กินอิ่มพอดีจนถึงว่า “หิวนิดๆ” ก็ยังอยู่ได้ด้วยมีระบบทดพลังงานไว้ให้ใช้ยามจำเป็น  เห็นได้จากยามอดที่จะเกิดอาการง่วงซึมเพื่อจะได้ลดการใช้แรงลง  แต่ในทางตรงข้ามยามอิ่มล้นเปี่ยมสุขร่างกายก็จะเกิดการง่วงเหมือนกันแต่เป็นการง่วงแบบกะปลกกะเปลี้ยที่เกิดจากอวัยวะภายในทำงานอย่างหนัก แล้วก็มัก “ได้เรื่อง” ตามมา

@@@

คราวหน้าจะกินหนัก คงต้องยั้งปากให้กินแค่พออิ่มกันแล้วล่ะ.

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สุขภาพเสื่อมจากคอมพิวเตอร์…ผักผลไม้ช่วยได้

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนล้า กล้ามเนื้อเกร็ง ตึง

   การรับประทานบร็อกโคลี่ ปลากินทั้งกระดูก เพราะมีแคลเซียมที่จำเป็นต่อการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทและต่อการเกร็งคลายกล้ามเนื้อ รับประทาน ผักโขม ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดทานตะวัน จมูกข้าวสาลี ที่มีแมกนีเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

ตาอ่อนล้า ตาพร่ามัว


   ควรรับประทาน คะน้า พริก ผักปวยเล้ง มันเทศ ผักหวานบ้าน ตำลึง เพราะมีลูเทอินและซีเซนทิน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมของศูนย์จอตา ลดความเสี่ยงของการเกิดจอประสาทตาเสื่อมตาได้ นอกจากนี้ควรรับประทาน แครอต ผักปวยเล้ง ฟักทอง เพราะมี เบตาแคโรทีน มีส่วนช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตา

มีปัญหาผิวหน้า


   หากมีปัญหาผิวหน้า เช่น มีริ้วรอยเหี่ยวย่น และสงสัยเหมือนสาวๆ ที่ประเทศจีนว่า อาจเกิดจากรังสีจากคอมพิวเตอร์ ควรรับประทาน ผักผลไม้สีสดทุกชนิด เพื่อเพิ่มสารต้านออกซิเดชั่น นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารเย็นที่ย่อยง่ายและรสไม่จัด เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่หนัก ทำให้เริ่มวันใหม่อย่างสบายตัว
   เมื่อกินถูกแล้ว ก็อย่าลืมออกกำลังกายช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงด้วยนะคะ

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สิว บอกอะไรมากกว่าที่คิด

สถาบัน Leonard Darke ได้คิดค้นวิธีการวิเคราะห์ผิวลึกลงไปอีก ด้วยการผสานความรู้ในการดูแลผิวหน้าแบบตะวันตกเข้ากับศาสตร์การอ่านใบหน้าแบบจีน ซึ่งสามารถบอกได้ว่าสิวที่ขึ้นตามตำแหน่งต่างๆ ของใบหน้าหรือร่างกาย บอกความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนใดบ้าง ข้อมูลนี้ระบุตำแหน่งการขึ้นของสิว กับความสัมพันธ์กับอวัยวะต่างๆ ว่า 
1.ขึ้นที่หน้าผากด้านซ้าย เกี่ยวกับอวัยวะการย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต สาเหตุคือ มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด 

2.ขึ้นที่หว่างคิ้ว เกี่ยวกับตับ สาเหตุคือ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส กินอาหารรสจัด หรือกินอาหารดึกเกินไป

3.ขึ้นที่หน้าผากด้านขวา เกี่ยวกับอวัยวะการย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต สาเหตุคือ มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด 

4.ขึ้นที่ใบหูทั้ง 2 ข้าง อวัยวะที่เกี่ยวข้องคือ ไต สาเหตุคือ ล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด ใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป ดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ หรือกินเนื้อสัตว์มากเกินไป

5.ขึ้นที่แก้มทั้ง 2 ด้าน แก้มส่วนบนเกี่ยวกับไซนัสและปอด แก้มส่วนล่าง เกี่ยวกับเหงือกและฟัน สาเหตุคือ สูบบุหรี่จัด แพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง ใช้รองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้ม อาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอด หรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็นๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่าง อาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน รวมทั้งโทรศัพท์ไม่สะอาด 

6.ขึ้นที่รอบดวงตา 2 ข้าง เกี่ยวกับอวัยวะไต และปัญหาภูมิแพ้ สาเหตุอาจมาจากเครื่องสำอาง แว่นตา การมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก พักผ่อนน้อย หรืออาการภูมิแพ้ และขาดสารอาหาร 

7.ขึ้นที่จมูก และเหนือริมฝีปาก เกี่ยวกับอวัยวะหัวใจ และระบบสืบพันธุ์ สาเหตุถ้ามีผิวสีแดงเข้มที่จมูก อาจบ่งบอกถึงโรคความดันโลหิตสูง ผลกระทบจากฮอร์โมน การมีประจำเดือน และวัยทอง

8.ขึ้นที่ใต้ริมฝีปากด้านซ้ายและขวา เกี่ยวกับอวัยวะรังไข่ สาเหตุคือ อาจทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ หรือมาจากความสมดุลทางฮอร์โมน หากมีปัญหาการอุดตันช่วงใบหู แสดงว่าฟันกรามมีปัญหา อาจจะเพิ่งทำฟันมา รวมทั้งการมีประจำเดือนด้วย 

9.ขึ้นที่ปลายคาง เกี่ยวกับอวัยวะ กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก สาเหตุคือ กินอาหารรสจัดไป จนทำให้ลำไส้มีปัญหาในการดูดซึม และ

10.ขึ้นลำคอและหน้าอก มีสาเหตุมาจากความเครียด



FW

สูบบุหรี่ ทำร้าย DNA ได้ในไม่กี่นาที

วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2554

ภาวะโลกร้อน กับ ยุงลาย

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเรามาก ขึ้นเรื่อยๆ จนอาจทำให้บางสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งไม่พอสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ได้ แต่ดูเหมือนบางสายพันธุ์ไม่ได้หวั่นเกรงต่อภาวะโลกร้อนนี้ เลย แต่กลับยิ่งขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น และยังร้ายมากขึ้นอีกด้วย ..โชคไม่ดีที่สายพันธุ์ที่ผมกำลังพูดถึงนั้นก็คือเจ้ายุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก ที่คอยคร่าชีวิตมนุษย์อย่างพวกเรานี่เอง
เฉพาะในประเทศอินเดียและทวีปอเมริกาใต้มีผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออก ถึง 500,000 คนต่อปี และในปีสองปีที่ผ่านมานี้ ไข้เลือดออกระบาดรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม นักวิจัยได้ให้ความเห็นตรงกันว่าสาเหตุที่ทำให้เป็นแบบนี้ก็เพราะเจ้าภาวะโลกร้อนนั่นเอง
ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้วงจรชีวิตของยุงลายเปลี่ยนไป คาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำที่ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลูกน้ำยุงลายฟักตัวเร็วขึ้นจากเดิม 7 วันกลายเป็น 5 วัน ซึ่งแน่นอนทำให้พวกยุงลายเพิ่มจำนวนประชากรได้เร็วขึ้น และจากเดิมที่ยุงลายเคยออกหากินเฉพาะในตอนกลางวัน แต่ภาวะโลกร้อนทำ ให้ยุงลายออกหากินในช่วงกลางคืนถึง 5 ทุ่มด้วย ซึ่งแต่ก่อนจะมีแค่ยุงรำคาญที่ออกหากินในเวลานี้ ทำให้การควบคุมโรคนั้นยากขึ้นไปกว่าเดิม
ที่ร้ายกว่านั้นก็คือไวรัสเดงกี่ (Dengue Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกนั้น แต่เดิมจะมีอยู่ในเฉพาะยุงลายตัวเมีย เพราะการที่ยุงลายจะติดไวรัสเดงกี่ได้นั้น จะต้องไปกัดคนที่เป็นไข้เลือดออกและรับไวรัสนี้มาเท่านั้น แต่ตอนนี้พบว่ามีไวรัสเดงกี่ในยุงลายตัวผู้ด้วย จึงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมยุงลายตัวผู้ถึงมีไวรัสนี้ เพราะอย่างที่เรารู้กันว่ายุงลายที่กินเลือดคนนั้นมีแต่ยุงตัวเมีย และก็ได้พบว่าเกิดจากการที่แม่ของมันที่มีไวรัสเดงกี่ถ่ายทอดไวรัสนี้มาให้ ตั้งแต่เกิด เพราะว่ามีการพบไวรัสเดงกี่นี้ในลูกน้ำยุงลายด้วย
ยุงลายตัวผู้ที่มีไวรัสเดงกี่ เวลาที่มันไปผสมพันธุ์กับตัวเมียก็จะแพร่ไวรัสนี้ผ่านทางน้ำเชื้อไปติดตัว เมียด้วย และยุงลายตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้หลายครั้ง จึงทำให้เชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายไปเร็วมากขึ้นกว่าเดิม และยังจะถูกถ่ายทอดไปยังลูกของมันได้อีกด้วย
พอได้รู้แบบนี้จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมโรคไข้เลือดออกถึงได้ระบาดหนักมาก ขึ้น ตอนนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องก็กำลังคิดค้นหาวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกอยู่ แต่คงต้องใช้เวลาอีกหลายปี ตอนนี้เราก็ได้แต่ป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด และช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ของมัน ดูเหมือนว่าพวกมันปรับตัวได้ดีเหลือเกินกับภาวะโลกร้อนที่เป็นอยู่ในตอนนี้

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เตือนบ้านติดปั๊มเสี่ยงเป็นมะเร็ง




ใคร บ้านอยู่ใกล้ปั๊มต้องหาทางให้ปั๊มเขยิบไปเสียแล้ว เมื่อผลการศึกษาล่าสุดชี้ชัด หากบ้านอยู่ใกล้เกินไปมีสิทธิตายผ่อนส่งเพราะสารพิษก่อมะเร็งปนเปื้อนอยู่ใน อากาศก็เป็นได้
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมูร์เซียในสเปน ได้ศึกษาถึงผลกระทบต่อการปนเปื้อนจากปั๊มน้ำมันทั้งหลาย พบว่าอันตรายจากสารอินทรีย์ผสมที่กระจายฟุ้งอยู่ในอากาศสามารถลอยไปได้ไกลถึง 100 เมตร รอบๆ สถานีเลยทีเดียว
ดัง นั้นแล้วหากต้องการสร้างสถานีบริการน้ำมันในชุมชนย่านที่อยู่อาศัยแล้วละก็ ต้องสร้างให้ห่างจากบ้านเรือนผู้คนอย่างน้อย 50 เมตร และอย่างน้อย 100 เมตร สำหรับสถานอำนวยความสะดวกสาธารณะ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียนและสถานพักฟื้นคนชรา
มาร์ทา โดวาล ผู้ร่วมศึกษาทดลองในครั้งนี้กล่าวว่า ค่าสารอินทรีย์ผสมอย่างเบนซีน ซึ่งเป็นตัวการก่อมะเร็งที่บันทึกได้จากปั๊ม มีมากกว่าค่ามาตรฐานที่วัดได้จากการจราจรแออัดในเมืองเสียอีก โดยสารปนเปื้อนดังกล่าวมาจากอากาศภายในสถานีบริการน้ำมัน และพื้นที่บริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบจากการระเหยของน้ำมัน ซึ่งรวมไปถึงน้ำมันที่ยังไม่มีการเผาไหม้ในระหว่างการเติม การถ่ายโอนน้ำมันจากแท็งก์ และการกระฉอกของน้ำมันอย่าง ไรก็ตาม ระยะห่างระหว่างปั๊มและบ้านพักอาศัยยังขึ้นอยู่กับจำนวนสถานีบริการน้ำมัน ที่มีอยู่ในพื้นที่ ปริมาณน้ำมันที่เก็บกักไว้ ความหนาแน่นของการจราจร โครงสร้างพื้นฐานแวดล้อมและสภาพอากาศ

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 วันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง วันนี้กระปุกจึงมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวันมาฆบูชามาฝากกันค่ะ

ความหมายของวันมาฆบูชา

คำว่า "มาฆะ" นั้น เป็นชื่อของเดือน 3 ย่อมาจากคำว่า "มาฆบุรณมี" หมายถึง การบูชาพระในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3

การกำหนดวันมาฆบูชา

การกำหนดวันมาฆบูชาตามปฏิทินจันทรคติของไทยนั้นจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 และมักตรงกับเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม

ความสำคัญและประวัติของวันมาฆบูชา

ความสำคัญของวันมาฆบูชา คือเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งหลักคำสอนนี้เป็นหลักการ และวิธีการปฏิบัติต่างๆ หากสรุปเป็นใจความสำคัญ จะมีเนื้อหาว่า "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์"

5 สิ่งที่ควรทำในตอนเช้า

ถ้าคุณได้เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยการทำสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ วันนั้นทั้งวันจะเป็นวันที่ดีสำหรับคุณ และจะส่งผลยาวต่อเนื่องให้คุณกลายเป็นคนที่มีสุขภาพดีตลอดปีได้

1. ดื่มน้ำสะอาด 1 แก้วใหญ่ เป็นวิธีที่ช่วยให้คุณตื่นอย่างเต็มตา ช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึ่ม และช่วยให้ร่างกายได้รับความสดชื่นเตรียมพร้อมสำหรับกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ

2. เคลื่อนไหวร่างกาย หลังจากรองท้องด้วยของว่างแบบเบา ๆ ควรเริ่มต้นออกกำลังกายเพื่อให้หัวใจเต้นแรงและเลือดสูบฉีด มีผลการวิจัยบอกไว้ว่าการออกกำลังกายในตอนเช้าช่วยเบิร์นแคลอรีได้ดีกว่า

3. กินโปรตีนและไฟเบอร์ กาแฟกับมัฟฟินที่หลายคนชอบ ไม่ช่วยให้ได้รับพลังงานดี ๆ ที่ร่างกายและสมองต้องการ แต่การรับประทานโปรตีนและไฟเบอร์ในตอนเช้าจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ทั้งยังช่วยให้อิ่มไปจนถึงมื้อเที่ยง

4. เตรียมอาหารที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงอาหารยั่วใจที่ไร้คุณภาพ การเตรียมผักสลัด หรือผลไม้ใส่กล่อง ข้าวกล้องสำหรับมื้อเที่ยง จะช่วยให้คุณได้รับอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอ และสะอาด

5. ทาครีมกันแดด รังสียูวีสามารถทะลุทะลวงผ่านหน้าต่างเข้ามา ผ่านเสื้อผ้าเข้าสู่ผิวของคุณได้โดยตรง ฉะนั้นการป้องกันผิวจากแสงแดดจึงเป็นเรื่องจำเป็น หลังอาบน้ำ ทาม้อยส์เจอร์ไรเซอร์แล้ว ควรต่อด้วยครีมกันแดด ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับโรคมะเร็งผิวหนัง และรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย


เริ่มทำตั้งแต่ต้นปีนี้เลยนะคะ...

วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

9 เรื่องแปลกๆในไทยที่ชาวต่างชาติไม่เข้าใจ ??

9 เรื่องแปลกๆในไทยที่ชาวต่างชาติไม่เข้าใจ ??

เป็นบทความที่กระผมไป ก๊อปเขามาอีกที อ่านแล้วเห็นว่ามันก็จริงหนิ เลยเอามาให้อ่าน

1. ประเทศไทย...ทำไมมีสรรพนามเรียกแทน ตัวเองและฝ่ายตรงข้ามมากมายหลายคำ ?
ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็จะมีแค่ I กับ You ถ้าเป็นภาษาจีน ก็มี หว่อ กับ หนี่ แต่ภาษาไทยนี่มีเยอะมากกกก ตั้งแต่ ฉัน-เธอ , เรา-แก , ข้า-เอ็ง , ผม-คุณ , เดี๊ยน-หล่อน และอีกสารพัด เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ต่างๆ ถ้าคุยกับพ่อแม่อาจจะเรียกตัวเองว่า หนู ถ้าคุยกับน้องสาวอาจจะเรียกตัวเองว่าฉัน แต่พอไปคุยกับเพื่อน อาจเรียกตัวเองว่าเรา เอ๊ะ นั่นน่ะสิ ทำไมคนไทยถึงมีสรรพนามเรียก แทนตัวเองและคนอื่นเยอะขนาดนี้นะ ? น่าสงสัยเหมือนกันนะ !

2. ประเทศไทย .... ทำไมเมืองหลวงชื่อยาวมาก ?
ชาวต่างชาติมักรู้จักกรุงเทพฯ ในนาม Bangkok แต่ถ้าใครได้รู้ชื่อ เมืองหลวงเต็มๆ ของกรุงเทพฯ รับรองว่าอึ้งทุกราย ก็ชื่อเมืองหลวง เต็มๆ ของกรุงเทพฯ เค้ามีชื่อว่า "กรุงเทพมหานคร อมรรัตน โกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติ
ยวิษณุกรรมประสิทธิ์" ท่องกันได้รึเปล่าล่ะ ?

3. ประเทศไทย .... ทำไมคนไทยนามสกุลยาวจัง ?
ในขณะที่ชาวต่างชาติเค้านามสกุลสั้นๆ แค่ 2-3 พยางค์ บางชาติก็แค่พยางค์เดียว แต่คนไทยส่วนมากนามสกุลย๊าวยาว บางคนยาวกว่า 8-9 พยางค์ บางคนยาวเป็น 10 พยางค์ก็มี เวลากรอกเอกสารสำคัญๆ เรียกว่าเขียนเกินหน้ากระดาษกันเลยทีเดียว

4. ประเทศไทย .... ทำไมคนไทยชอบ พิมพ์ 5555 ?
ก็เพราะว่าเลข 5 ในภาษาไทยออกเสียงว่า 'ห้า' หรือ พ้องไปเป็น 'ฮ่า' ดังนั้นเวลาพิมพ์หรือแชทกัน แล้วรู้สึก ตลกหรือขำ ก็จะพิมพ์แทน 'ฮ่าฮ่าฮ่า' ว่า '555' บาง คนเผลอเอาไปพิมพ์แชทกับเพื่อนต่างชาติ รับรองว่า ฝรั่งงงทุกรายแน่ๆ 555 ไปๆ มาๆ เพื่อนต่างชาติของ เราดันติดเอาไปใช้คุยกับคนอื่นต่ออีกแน่ะ 555 อ้อ แต่บางทีคนไทยด้วยกันเองก็มีงงบ้าง เช่น

ค่ารถ เท่าไรอะ
55
จะขำทำไม
เปล่าเฟ้ย หมายถึงค่ารถ 55 บาท


5. ประเทศไทย .... ทำไมอะไรๆ ก็ตีเป็นเลขได้ ?
อู้ยยย อย่าว่าแต่ฝรั่งเลยที่แปลกใจ คนไทยด้วยกันเองก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมทุกอย่างถึงสามารถตีเป็นเลขได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้(ต้นไม้ร้องไห้ มีน้ำไหลออกมาตลอดเวลา) สัตว์(ควายแรกเกิดมี 2 หัว) ของกิน(แตงโมเผือก) และอะไรอีกสารพัดก็สามารถเอามาตีเป็นเลขได้ คนไทยนี่สุดยอดจริงๆ เลยนะเนี่ย อิอิ

6. ประเทศไทย .... ทำไมชื่อเล่นคนไทยถึงแปลกจัง ?
ก็ชื่อเล่นคนไทยมีทั้งชื่อสัตว์(แมว กวาง นก กระต่าย) ผลไม้(ส้ม เปิ้ล มะปราง ชมพู่) ผัก(คะน้า แตงกวาต้นหอม ขิง) ขนม(วุ้น ปุยฝ้าย เค้ก ลูกกวาด) เครื่องประดับ (แก้ว แหวน สร้อย) เลข(หนึ่ง สอง สาม สี่) และอะไรอีกสารพัด เล่นเอาคนต่างชาติอึ้งว่าทำไมถึงตั้งชื่อกันอย่างนี้

มีเพื่อนคนนึงชื่อแตงกวา คุณเธอไปเรียนต่อที่เกาหลีเลยจัดแจงเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น 'โออี' (ภาษาเกาหลีแปลว่าแตงกวา) ตอนออกไปแนะนำตัวหน้าชั้น ทั้งอาจารย์ทั้งเพื่อนขำกันยกใหญ่ว่าคนอะไรชื่อแตงกวา หารู้ไม่ว่าที่เมืองไทยชื่อแตงกวาออกจะน่ารัก ก็แหม มีใครเคยเจอชาวต่างชาติชื่อ cucumber rabbit necklace อะไรอย่างนี้มั้ยล่ะ? ไม่มี๊ไม่มี มีแต่คนไทยเท่านั้นแหละที่สามารถเอาสิ่งรอบตัวมาตั้งเป็นชื่อเล่นได้ ! สุดยอดปะล่ะ !

7. ประเทศไทย .... ทำไม....ไหว้อะไรกันที่หน้า บ้าน ?
นั่นก็หมายถึงศาลพระภูมิเองล่ะค่ะ ฝรั่งบางคน(หรือแทบทุกคน) ได้เห็นแล้วต้องเป็นงงว่า 'นี่คืออะไร บ้านนกเหรอ?' แล้วทำไม ต้องจุดธูปกับเอาของกินมาถวายบ้านนกด้วยล่ะ ? ดังนั้นก็ต้อง อธิบายกันซะยืดยาวว่าจริงๆ แล้วนั่นคือศาลพระภูมิที่เชื่อกันว่าเป็นที่ สิงสถิตย์ของเจ้าที่ที่คอยคุ้มครอง

แต่แหม พี่ฝรั่งบางคนนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรไม่ทราบ ดันซื้อกลับ ประเทศไปซะหลายหลัง - -"อย่างนักบอลชื่อดังเดวิด เบคแฮม ก็เป็น อีกรายที่ซื้อศาลพระภูมิกลับประเทศไปตรึม

8. ประเทศไทย .... ทำไมต้องยืนตรงก่อนหนังฉายในโรงหนัง ?
รับรองเถอะค่ะ ร้อยทั้งร้อยของชาวต่างชาติที่มีโอกาสได้เข้าไปในโรงหนังของบ้านเรา ต้องสงสัยทุกรายว่าทำไมต้องยืนตรงก่อนหนังฉาย ยังไงก็อย่าลืมอธิบายให้เค้าฟังด้วยนะคะว่า 'ต้องยืนตรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี' (ไม่ว่าจะอยู่ในโรงหนังหรือไม่ก็ตาม) เพื่อเป็นการแสดงความเคารพถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยนั่น เองค่ะ ..... เชื่อมั้ยคะว่า ชาวต่างชาติบางคนรู้สึกขนลุกและประทับใจต่อเพลงสรรเสริญฯ มาก บางคนมาเมืองไทยทีไร ต้องหาเวลาเข้าโรงหนัง ไม่ได้เข้าไปดูหนังหรอกนะคะ แต่เข้าไปยืนตรงแล้วฟังเพลง


9. ประเทศไทย .... ทำไมคนไทยต้องติดรูปนี้ไว้บนฝาบ้าน ?
นั่นก็คือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นรูปที่คนไทยต้องมีกันทุกบ้านไม่ว่าจะอยู่ที่มุมไหนของประเทศไทย คนไทยบางคน(โดยเฉพาะในเมืองนอก)ถึงกับพกพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ ติดกระเป๋าสตางค์ พอฝรั่งเห็นเข้าก็แปลกใจว่า เอ๊ะ พกรูปใครมาน่ะ Do you know him personally (รู้จักเค้าเป็นการส่วนตัวเหรอ) ? เราไม่ได้รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว แต่ท่านคือพ่อของคนไทยทุกคนที่พวกเราทั้งรักและจงรักภักดีต่างหาก....
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=chommanee&group=3

เตือนตัวเอง

1 จงให้มากกว่าที่ผู้รับต้องการ และทำอย่างหน้าชื่นตาบาน

2 จงพูดกับคนที่ถึงแม้นอายุน้อยกว่าเราแต่เขาก็มีความสำคัญเท่ากับมนุษย์ทุกคน
3 จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน ใช้ทั้งหมดที่มี และนอนเท่าที่อยากจะนอน

4 เมื่อกล่าวคำว่า *ฉันรักเธอ *จงหมายความตามนั้นจริงๆ

5 เมื่อกล่าวคำว่าขอโทษจงสบตาเขาด้วย

6 ก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน จงมั่นเสียก่อนอย่างน้อย6เดือน

7 จงเชื่อในรักแรกพบ

8 อย่าหัวเราะเยาะความฝันของผู้อื่น คนที่ไม่มีฝันก็เหมือนไม่มีอะไรเลย

9 เมื่อรักจงรักให้ลึกซึ้งและร้อนแรง อาจจะต้องเจ็บปวด แต่นั่นคือหนทางเดียว ที่ทำให้ชิวิตถูกเติมเต็ม

10 ในเหตุการณ์ขัดแย้งจงโต้อย่างยุติธรรม ไม่มีการตะโกนใส่กัน

11 อย่าตัดสินคนเพียงเพราะญาติๆของเขา

12 จงพูดให้ช้า แต่ต้องคิดให้เร็ว

13 ถ้าถูกถามคำถามที่ไม่อยากตอบ จงยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า จะอยากรู้ไปทำไม

14 จงจำไว้ว่า สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่คือ ความรัก ความสำเร็จ ล้วนต้องมีการเสี่ยง

15 จงพูดว่า *ขอพระครุ้มครอง* เมื่อมีใครจาม

16 เมื่อพ่ายแพ้ จงอย่าสูญเสียบทเรียนไปด้วย

17 นับถือผู้อื่น นับถือตนเอง รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ

18 จงอย่าให้ความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆมาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของเรา

19 ทันทีที่รู้ว่าตัวเองทำผิดจงลงมือแก้ไขทันที

20 จงยิ้มเวลารับโทรศัพท์ คนฟังจะเห็นได้จากน้ำเสียงของเรา

21 จงหาโอกาศอยู่กับตัวเองบ้าง

22 สัจธรรมของโลกคือ คนเราไม่มีวันจะประสบความสำเร็จไปหมดซะทุกเรื่องและทุกด้าน

23 เราไม่สนว่าแมวจะมีขนสีอะไร ขอให้จับหนูได้ก็พอ

เก็บมาจากหลายๆที่จ๊ะ(จำไม่ได้ว่าจากที่ไหนบ้าง) ชอบอ่านมากๆเลยจ้า

ความรักคือการแบ่งปัน ไม่ใช่ความอดทน

ความรักคือการแบ่งปัน ไม่ใช่ความอดทน

หลายคนชอบว่าฉันเล่นเกมกับความรัก
ไปๆ มาๆ ช่วงนี้ฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจอะไรมากขึ้นจากชีวิตของคนอื่น แล้วพลอยเข้าข้างตัวเองว่าไม่ได้เล่นเกมสักหน่อย

จริง สินะ ความรักไม่ใช่ความอดทนนะ มันไม่ใช่เกมที่จะมาคอยบอกว่า ฉันรักเธอที่สุดเพราะฉันอดทนเธอได้มากที่สุด แล้วสักวันหนึ่งเธอจะได้รู้ว่าไม่มีใครอดทนเธอได้เท่าฉัน
ความรักไม่ใช่ เกมนะ ที่ใครอดทนได้มากกว่า และทำให้อีกฝ่ายโหดร้ายมากขึ้นเท่าไรจึงจะชนะ ถ้าทรีตความรักเป็นเกม จุดสิ้นสุดของเกมก็คือ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะชนะ แล้วก็อยู่ด้วยกันแบบขมๆ หรือแยกย้ายกันไป

สิ่งที่ฉันเห็นตัวอย่าง จากคนอื่นทำให้ฉันรู้ว่า ความรักไม่ใช่เกมของความอดทน มันจะมีความหมายอะไรถ้ารักกันแล้วแบ่งปันตัวตนของเรากับอีกคนไม่ได้ มันจบตั้งแต่คิดว่าความรักคือความอดทนแล้วล่ะ

มันจะดีกว่าไหมถ้ายอมสลายกรอบของตัวเองเพื่อแบ่งปันกับคนอื่น ไม่ใช่อยู่ในกรงขังตัวเองซึ่งปิดป้ายข้างหน้ากรงว่า "อดทน"

ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจความรักหรอก แต่ถ้าเป็นไม่ได้ ไม่อยากให้มีใครต้องอดทนเลย

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

5 วิธีจัดการสิวแบบเร่งด่วน

5 วิธีจัดการสิวแบบเร่งด่วน


สิวเม็ดสองเม็ดที่ผุดขึ้นยามฉุกเฉิน กรณีที่คุณจำเป็นต้องใช้ใบหน้า เช่น งานแต่งงาน หรือนัดสัมภาษณ์งาน ลองใช้ 5 วิธีกำจัดสิวแบบเร่งด่วนรับรองว่าพรุ่งนี้เมื่อคุณตื่นเข้ามา สิวนั้นจะหลุดหายไป หรือลดขนาดลงจนคุณไม่ทันสังเกต


Tip 1 :สิวตุ่มแดง ให้ใช้โลชั่นคาลาไมน์ทาก่อนนอน โดยไม่ต้องล้างออก


Tip 2 :ทาน้ำผึ้งบริเวณเม็ดสิว ประมาณ 1 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดแบคทีเรีย


Tip 3 :ใช้น้ำกระเทียมทาบริเวณที่เป็นส่วนโดยไม่ต้องล้างน้ำออก


Tip 4 :ผสมน้ำมันทีทรีกับยีสต์ทาก่อนนอน ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วล้างออกในตอนเช้า


Tip 5 :ใช้ยาสีฟันทาบริเวณสิว ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วล้างยาสีฟันออกในตอนเช้า

4 เคล็ดลับเด็ดลดไขมัน

คุณรู้จักเคล็ดลับการเผาผลาญไขมันมาแทบทุกอย่างแล้ว แต่นี่คือบางอย่างที่คุณสามารถเพิ่มเข้าไปได้เพื่อจัดการโจมตีไขมันในแบบที่ต่างออกไป


   1. เล่นโยคะตอนเช้า เพียงแค่ 15 นาที การเล่นโยคะในตอนเช้าจะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น การย่อยดีขึ้น ทั้งหมดนำไปสู่การเผาผลาญไขมันและแคลอรีที่มากขึ้น และสุขภาพจิตจะดีไปตลอดทั้งวันด้วย


   2. ท้าทายตัวเองสัปดาห์ละอย่าง การออกกำลัง เพื่อให้ตัวเองแข็งแรงและดูดี ไม่ได้ผลดีเท่ากับการออกกำลังอย่างมีเป้าหมาย เพราะการตั้งเป้าหมายจะทำให้คุณฝึกตัวเองเต็มที่ขึ้น ลองตั้งเป้าหมายในแต่ละสัปดาห์ เช่น การวิ่งขึ้นลงบันไดอย่างรวดเร็ว 10 รอบ แข่งเทนนิสหรืออกกำลังกายที่คุณไม่เคยลองมาก่อน เช่น เต้นระบำหน้าท้อง หรือชกมวย


   3. ยกน้ำหนักพร้อมคาร์ดิโอ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอสลับวันกับการยกน้ำหนักเป็นเรื่องดี แต่การออกกำลังแบบคาร์ดิโอสัก 20-30 นาที ด้วยความหนักที่หลากหลายกันหลังการยกน้ำหนัก จะช่วยเผาผลาญไขมันในระหว่างนั้นและหลังจากนั้นอีกหลายชั่วโมง ลองวอร์มอัพด้วยการออกกำลังแบบคาร์ดิโอสัก 7 นาที ตามด้วยการยกน้ำหนัก 40 นาที และออกกำลังแบบอินเทอร์วัลอีก20 นาที มันจะช่วยคุณเผาผลาญไขมันได้สูงสุดในเวลาน้อยที่สุด
   4. สั้นและหนักหน่วง หมดสมัยของการออกกำลังหรือยกน้ำหนักนานๆ แล้ว ทุกวันนี้เป็นเรื่องการออกกำลังแบบสั้นๆ แต่มีประสิทธิภาพ การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Sports Medicine and Physical Fitness ชี้ว่า การยกน้ำหนักแบบหนักๆ ในช่วงสั้นๆ ทำให้กล้ามเนื้อพัฒนาดีขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการยกน้ำหนักตามปกติ และทำให้มีกล้ามเนื้อที่ปราศจากไขมันมากกว่า


ขอบคุณข้อมูลจาก : FW

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

♥ นิยามแห่งความสำเร็จ สิ่งดีๆที่อยากแบ่งปัน ♥

ยิ้มให้บ่อยที่สุด หมายถึงยิ้มให้ตัวเอง และให้คนอื่น

ตื่นเช้าๆ นอนดึกสักหน่อย จะได้มีเวลาดูโลกมากๆ

เห็นโลกให้มากที่สุด นั่นหมายถึงเดินเล่นดูโลกเยอะๆ

ไม่ต้องกินทุกสิ่งที่อร่อย แต่น่าจะอร่อยกับทุกสิ่งที่กิน

ไม่ต้องรักทุกคน ไม่ต้องทำให้ทุกคนรัก แค่มีบางคนที่รักกันจริงๆ


หายใจในจังหวะที่พอดี ไม่ถี่ ไม่เนือยจนเกินไป

ได้อยู่กับครอบครัว ปล่อยมุกให้เขาฮา และฮามุกของเขา




สะสมปัญญา ไม่ใช่เพราะอยากฉลาด แต่จะได้ไม่ทุกข์

เข้าใจโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน เข้าใจมันอย่างที่มันเป็น

ในโลกมีคน เข้าใจโลกหมายถึงเข้าใจผู้คนด้วย

โกรธให้น้อย ชีวิตสั้น โกรธกันมันเสียเวลา

ดื่มน้ำให้มาก นั่นหมายถึงน้ำทุกประเภท

บางวันโค้กก็อร่อย บางวันก็โออิชิ บางวันก็ชาอู่หลง

เกิดมาตั้งนาน จะดื่มน้ำอย่างเดียวมันเศร้าไปหน่อย


แต่ไม่น่าดื่มอะไรซ้ำๆ กันนานๆ เดี๋ยวจะหวานหรือจืดเกิน

แต่น้ำไม่ใช่คน คนไม่ได้มีไว้ดื่ม และคนหนึ่งคนก็มีหลายรสชาติ

คบคนจำนวนมาก หากดูแลใส่ใจเขาได้

หากไม่ไหว น้อยไว้อาจจะดีกว่า



หาความตื่นเต้นใหม่ๆ ให้ชีวิตบ่อยๆ จะได้รู้สึกอยากหายใจต่อไป

ไม่ทิ้งขยะไว้บนโลก โลกมีขยะเยอะแล้ว

สร้างสรรค์อะไรทิ้งไว้บ้าง มุมหนึ่งคือจะได้ภูมิใจ

อีกมุมคือ ความหมายของการเกิดมา

นิยามของความสำเร็จของเราคืออะไร

เมื่อตอบได้ และทำมันสำเร็จ

นั่นอาจนับได้ว่า เกิดมา เราประสบความสำเร็จแล้ว

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

กราบคารวะคุณครู

กราบคารวะคุณครู

สิบหกมกราฟ้าไร้หม่น
ขอคุณครูทุกคนจงสุขี
เกริกเกียรติ์ก้องเปี่ยมล้นท้นความดี
อย่าได้มีขุ่นข้องหมองกมล

ที่มีทุกข์จงคลายมลายสิ้น
เป็นอาจิณศีลธรรมน้อมนำผล
มีเมตตาปรานีศิษย์ทุกคน
ส่งศิษย์พ้นวังวนอนธการ

ครูเป็นผู้ชี้ทางสว่างให้
เป็นกำแพงคุ้มภัยทุกถิ่นฐาน
เป็นแม่พระแม่พิมพ์มายาวนาน
ศิษย์จึงผ่านผองภัยได้ด้วยครู

คารวะพระคุณสามงามสง่า
สูงคุณค่าสูงศักดิ์ยอดนักสู้
น้ำใจนั้นเลิศล้ำแสนดำรู
ขอเชิดชูปูชนีย์ศรีบุคคล

ร้อยอักษรกลอนกานท์ผ่านมาไหว้
เป็นมาลัยจากใจที่ท่วมท้น
ด้วยศรัทธาสาธยายหลายถกล
นำศิษย์พ้นโอฆะนทีภัย

เหนือ-อีสาน-กลางหนาวใต้มีฝนคลื่นแรง

อุตุฯ เตือนภาคเหนือ อีสาน กลาง กรุงเทพฯ อุณหภูมิลด ใต้ฝนกระจาย คลื่นแรง
วันนี้ (17 ม.ค.) กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอุณหภูมิลดลง มีอากาศหนาวเย็นและมีลมแรง ส่วนอ่าวไทยคลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น เรือเล็กในอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ทั้งนี้คาดว่า คลื่นกระแสลมตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือตอนบน ทำให้ภาคเหนือมีฝนตกในระยะแรกต่อจากนั้นอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการพยากรณ์อากาศวันนี้ มีดังนี้

ภาคเหนือ อากาศ หนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศา มีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 3-6 องศา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-13 องศา อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศา และมีลมแรง สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-8 องศา

ภาคกลาง อากาศเย็นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16-17 องศา สำหรับบริเวณเทือกเขาอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-14 องศา

ภาคตะวันออก อากาศเย็นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศา สำหรับบริเวณเทือกเขาอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-14 องศา ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ตอนบน: อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศา ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตอนล่าง: มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศา ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
อากาศเย็นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 17-19 องศา

วันครู ประวัติวันครู 2554

ความสำคัญของครู

          ในชีวิตของคนเราถือว่า บิดามารดา เป็นผู้มีพระคุณอันสูงสุด เพราะท่านเป็นผู้ให้ชีวิต ให้ความรัก ให้ความเมตตา มีความห่วงใย และเสียสละเพื่อลูก นอกจาก บิดามารดา แล้ว ก็มีครูเป็นผู้มีพระคุณคล้าย บิดามารดา คือ เป็นผู้อบรมสั่งสอนถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ รวมทั้งให้ความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ทุกคน นับได้ว่าครูเป็นผู้เสียสละที่ไม่แพ้บุพการี

          ครูจึงนับเป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการให้การศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ และประสบการณ์ ตลอดเป็นผู้มีความเสียสละ ดูแลเอาใจใส่ สั่งสอนอบรมให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา อันเป็นหนทางแห่งการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเอง รวมทั้งนำพาสังคมประเทศชาติ ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ฉะนั้นวันที่ 6 ตุลาคม จึงได้เป็นวันครูสากล เพื่อคนที่เป็นครูทั่วโลกที่เสียสละนำพาเราทุก ๆคน ไปถึงฝั่งฝันนั่นเอง

วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

การใช้สายตาอย่างถูกต้องและเหมาะสม

นอกจากรับประทานอาหารที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอสำหรับการดูแล
ดวงตาของคุณให้สวยใสอยู่เสมอ แต่คุณต้องใส่ใจและถนอมดวงตาของคุณไว้
เพื่อให้อยู่กับคุณไปนานๆ โดยการใช้สายตาอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดังนี้

     •  อ่านหนังสือในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และถือหนังสือห่างจากดวงตา
ประมาณ 1 ฟุต ไม่ควรอ่านหนังสือเป็นเวลาติดต่อกันนานๆ
ควรพักสายตาประมาณ 30-45 นาที เมื่อคุณรู้สึกปวดเมื่อยตา
     •  ดูโทรทัศน์ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และควรนั่งห่างจากจอโทรทัศน์
ประมาณ 5 เท่าของขนาดโทรทัศน์
     •  ไม่ควรจ้องมองพระอาทิตย์เป็นเวลานานๆ
     •  ควรสวมแว่นตาทุกครั้งที่ต้องออกไปสัมผัสกับแสงแดด หรือขับขี่รถยนตร์
     •  หลีกเลี่ยงการมองหรือจ้องคลื่นแม่เหล็กจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น
เตาไมโครเวฟ เครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ
     •  เวลาที่เศษผงเข้าตา ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด แต่ให้คุณล้างตาด้วยน้ำสะอาด
หรือหยอดน้ำยาล้างตาแทน
     •  ทุกครั้งที่ลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ ควรสวมใส่แว่นตาว่ายน้ำทุกครั้งเพื่อป้องกันคลอรีนหรือเศษผงเข้าตา
     •  ควรระมัดระวังการละเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดอันตราย
ต่อดวงตา

     •  เมื่อรู้สึกปวดเมื่อยตา ไม่ควรกดนวดดวงตา หรือกรอกดวงตาไปมา
แต่ควรหลับตาประมาณ 20 -30 นาที
     •  ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้า แว่นตา ยาหยอดตา ร่วมกับผู้อื่น
     •  คุณควรปิดไฟนอน เพื่อเป็นการพักสายตา และยังช่วยประหยัดไฟได้อีกด้วย
     •  ในกรณีที่สารเคมีเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาด แล้วไปพบจักษุแพทย์โดยด่วน
     •  คุณควรไปตรวจวัดสายตาเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง


ที่มา : คอลัมน์ Food For Health นิตยสาร ใกล้หมอ health well - being

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

"สุรินทร์"พบไหโบราณพันปี

 
ที่ บ้านสวายปะ หมู่ที่ 6 ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ประชาชนจำนวนมากแห่กันไปดูไหโบราณอายุ ประมาณ 800-900 ปี ซึ่งนางทุเรียน รุ่งเรือง อายุ 48 ปี ขุดพบเมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่กลางทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะไปขุดหาปูนาโดยนางทุเรียนกล่าวว่า ขณะที่ขุดปูนาปรากฏว่าเสียมไปโดนสิ่งของบางอย่างจึงเขี่ยดูเห็นเป็นวัตถุรูปร่างเหมือนไห จึงกลับไปบ้านหาดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ ตามความชื่อของคนโบราณ จากนั้นจึงขุดเอาไหขึ้นมา พอเปิดออกดูปรากฏว่ามีวัตถุอยู่ข้างในเป็นจำนวนมาก
ตอนแรกคิดว่าเป็นกำไลทองคำ เพราะมีสีคล้ายทองมาก จึงเอาออกมาแล้วล้างคราบออก เป็นกำไลทองสำริดจำนวน 20 รายการ และเครื่องมือเครื่องใช้โบราณที่ทำจากตะกั่ว และกำมะถัน อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยศิลปากรที่ 12 อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มาตรวจสอบแล้วระบุว่า น่าจะมีอายุประมาณ 800-900 ปี หลังจากชาวบ้านทราบข่าวต่างเดินทางมาดูกันเป็นจำนวนมากเกือบทุกวัน และกราบไหว้ขอเลขเด็ดเช่นเคย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

ไข่กุ้ง (tobiko) คืออะไร

ไข่กุ้ง หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า โทบิโกะ (tobiko) คือ ไข่ของปลา flying fish พบตามชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ลำตัวมีความยาว 35 ซ.ม. จับได้ในช่วงเวลาวางไข่ต้นฤดูร้อนไข่ของปลา flying fish มีขนาดเล็กประมาณ 0.5-0.8 มม ตามปกติจะมีสีส้มแดง รสออกเค็มอ่อนๆ บางครั้งนำไปย้อมเป็นสีอื่น เช่น ย้อมวาซาบิได้ไข่สีเขียว ย้อมขิงได้ไข่สีส้ม หรือย้อมกับหมึกของปลาหมึกจะได้สีดำ ไข่กุ้งนิยมนำมาทำแคลิฟอร์เนียโรล ซูชิ และคานาเป้ เป็นต้น

วิธีเก็บรักษา คือ นำใส่ถุงมัดปากถุงให้สนิท แล้วเก็บใส่กล่องพลาสติกปิดฝาให้สนิท
นำเข้าแช่ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส จะสามารถเก็บได้นานหลายวัน 
 flying fish และ tobiko
ที่มา: คอลัมน์ครัวซีฟู้ด นิตยสาร ครัว ฉบับ January 2008 Vol.14

กางเกงชั้นในสีแดงช่วยส่งเสริมสุขภาพจริงหรือ?

ผิวหนังของเราถือเป็นดวงตาคู่ที่สอง เพราะ ในผิวหนังมีอวัยวะที่ทำหน้าที่เป็นตา
ในการรับสัมผัสอยู่ โดยอวัยวะนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวเซ็นเซอร์แสง ดังนั้น
แม้ว่าตาจะปิดอยู่ เราก็สามารถรู้สึกถึงสีได้จากความยาวคลื่นของสี

สีที่มีความยาวคลื่นสูงที่สุด คือ สีแดง จึงกล่าวกันว่า สีแดงสามารถกระตุ้น
การทำงานภายในร่ายกาย ทำให้ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ
และอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น

ในกลุ่มผู้สูงอายุที่ใส่กางเกงชั้นในสีแดงตัวใหญ่ หรือผ้าคาดเอวสีแดงปิดสะดือ
จะช่วยให้มีสุขภาพดี เนื่องจากบริเวณใต้สะดือลงไปประมาณ 5 ซ.ม.
มีจุดที่เรียกว่า Tanden (จุดตันเถียน) ซึ่งทางการแพทย์ตะวันออกถือเป็น
จุดสำคัญที่เป็นจุดกำเนิดของ "จิตวิญญาณ" ซึ่งเป็นพลังแห่งชีวิต

เมื่อกระตุ้นบริเวณดังกล่าว ด้วยการห่มผ้าสีแดง จะทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
ร่างกายอบอุ่น ลดอาการหนาวสั่น ลดอาการปวดหลัง-ปวดไหล่ ช่วยฟื้นฟู
ความเหน็ดเหนื่อย กระฉับกระเฉงขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ คลายเครียด
ช่วยให้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือปวดประจำเดือนดีขึ้นที่มาภาพ : http://office.microsoft.com
รวมถึงมีพลังเพิ่มขึ้นด้วย

แต่มีข้อควรระวัง คือ เมื่อใส่กางเกงในสีแดงแล้ว บางคน
จะรู้สึกตื่นตัวจนนอนไม่หลับ หรือมีความดันโลหิตเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจึงควรระมัดระวัง  ที่มา: หนังสือ สีสัน สร้างเสน่ห์และความสำเร็จ
เขียนโดย Ayumi Ishii แปลโดย สุลภัส เครือกาญจนา

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554